Close
title
f
title
แขวงทางหลวงเชียงใหม่ที่ 2
CHIANGMAI 2 HIGHWAY DISTRICT
วิสัยทัศน์ :
 
ข่าวสารทางหลวง
title
ผู้ว่าฯ เชียงใหม่ ลงพื้นที่เชิงรุก ตรวจการปรับปรุงทางม้าลาย

(วันนี้) 27 ม.ค.66 นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ลงพื้นที่เชิงรุก ตรวจการปรับปรุงทำความสะอาดและทาสีตีเส้นทางม้าลาย ที่บริเวณหน้าตลาดสดแม่เหียะ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีนายวรศักดิ์ วงษ์รอด วิศวกรโยธาเชี่ยวชาญ รักษาราชการแทน ผู้อำนวยการสำนักงานทางหลวงที่ 1 พร้อมด้วย นายนิคม เทพบุตร ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงเชียงใหม่ที่ 2 และเจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันทำความสะอาดและทาสีทางม้าลายกันอย่างพร้อมเพรียง เพื่อให้ผู้ใช้เส้นทางจราจรสามารถมองเห็นสัญลักษณ์บนพื้นผิวจราจรได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะทำให้สามารถลดการเกิดอุบัติเหตุทางถนนได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะในพื้นที่ชุมชนที่มีประชาชนอาศัยและสัญจรเป็นจำนวนมาก ขอความร่วมมือผู้ใช้รถใช้ถนน หากเห็นทางม้าลายขณะขับรถ ขอให้ชะลอความเร็วและหยุดรถให้คนเดินเท้าข้ามถนนได้อย่างปลอดภัย และขอให้ร่วมกันปฏิบัติตามกฎจราจร ป้ายเตือน และป้ายบังคับบนท้องถนน อย่างเคร่งครัด ======================================== แขวงทางหลวงเชียงใหม่ที่ 2/ข่าว-ภาพhttps://www.facebook.com/photo?fbid=1608542969576964&set=pcb.1608544102910184
title
ประชุมหารือพิจารณาแนวทางการออกแบบ กำหนดรูปแบบ Conceptual Design “โครงการจัดทำที่พักริมทางเพื่อเทิดพระเกียรติในหลวงรัชกาลที่ 9 และรัชกาลที่ 10”

นายวรศักดิ์ วงษ์รอด วิศวกรโยธาเชี่ยวชาญรักษาราชการแทน ผู้อำนวยการสำนักงานทางหลวงที่ 1 เป็นประธานการประชุม “เรื่อง การจัดทำที่พักริมทาง เพื่อเทิดพระเกียรติ ในหลวงรัชกาลที่ 9 และรัชกาลที่ 10 บนทางหลวงหมายเลข 1229 ตอนบ้านใหม่ - เปาสามขา และทางหลวงหมายเลข 1230 ตอน บ้านใหม่ - ห้วยแก้ว ในพื้นที่รับผิดชอบของแขวงทางหลวงเชียงใหม่ที่ 2 เพื่อพิจารณาแนวทางการออกแบบ กำหนดรูปแบบ Conceptual Design ที่เหมาะสม โดยมีนายพิเชียร เจริญกลกิจ อดีตผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม พลตำรวจเอก ชาญวุฒิ วัชรพุกก์ บุตรชายอดีตอธิบดีกรมทางหลวง (นายเฉลียว วัชรพุกก์) นายเอกนรินทร์ จินทะวงค์ รองผู้อำนวยการสำนักงานทางหลวงที่ 1 นายนิคม เทพบุตร ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงเชียงใหม่ที่ 2 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมเพื่อหารือและพิจารณาการออกแบบโครงการฯ ดังกล่าว ณ ห้องประชุม 2 ชั้น 2 สำนักงานทางหลวงที่ 1
title
กรมทางหลวงได้รับการประเมินส่วนราชการฯ ประจำปี 2565 ในระดับคุณภาพ มุ่งพัฒนาต่อเนื่องเพื่อประชาชน

กรมทางหลวงได้รับการประเมินส่วนราชการฯ ประจำปี 2565 ในระดับคุณภาพ มุ่งพัฒนาต่อเนื่องเพื่อประชาชน ---------------------------------------------------- นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง เปิดเผยว่า กรมทางหลวงได้รับผลการประเมินส่วนราชการตามมาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพในการปฏิบัติราชการ ประจำปีงบประมาณ 2565 ให้อยู่ในระดับคุณภาพ 100 คะแนนเต็ม โดยการประเมินดังกล่าวจะสามารถผลักดันการปฏิบัติภารกิจของหน่วยงานในการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของรัฐบาล และบรรลุเป้าหมายการพัฒนาประเทศตามยุทธศาสตร์ชาติ ตามที่ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) ได้ดำเนินการประเมินผลการดำเนินการปฏิบัติราชการของกระทรวงและส่วนราชการในสังกัดให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และแนวทางที่สำนักงาน ก.พ.ร. กำหนด ตามมาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพในการปฏิบัติราชการ ประจำปีงบประมาณ 2565 เพื่อพัฒนาระบบการดำเนินงานของส่วนราชการในการขับเคลื่อนภารกิจสำคัญของรัฐบาลให้บรรลุต่อเป้าหมายตามยุทธศาสตร์ของประเทศ สำหรับตัวชี้วัดที่ใช้ในการประเมินส่วนราชการตามมาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพในการปฏิบัติราชการของกรมทางหลวง ประจำปี 2565 ได้รับผลการประเมินระดับคุณภาพ 100 คะแนนเต็ม โดยประเมินจากการดำเนินงานของ สำนักอำนวยความปลอดภัย, สำนักวิเคราะห์และตรวจสอบ และสำนักบริหารบำรุงทาง แบ่งเป็น 2 ด้าน ดังนี้ 1.การประเมินประสิทธิผลการดำเนินงาน (Performance Base) 1.1 อัตราผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนต่อประชากรแสนคน 1.2 ร้อยละของระยะทางบนทางหลวงที่มีค่าดัชนีความขรุขระสากลของผิวทางดีกว่าเกณฑ์ที่กำหนด 1.3 จำนวนจุดเสี่ยงและบริเวณอันตรายที่ได้รับการแก้ไข 2.การประเมินศักยภาพในการดำเนินงาน (Potential Base) 2.1 การขออนุญาตให้ยานพาหนะเดินบนทางหลวงพิเศษ ทางหลวงแผ่นดินและทางหลวงสัมปทานผ่านระบบ Special Type Vehicles Permit Service (SVS Online) 2.2 การประเมินสถานะของหน่วยงานในการเป็นระบบราชการ 4.0 (PMQA 4.0) ทั้งนี้ มาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพในการปฏิบัติราชการดังกล่าว เป็นการนำข้อมูลมาใช้ประโยชน์สำหรับการปฏิบัติงาน และสามารถกำหนดเป้าหมายการดำเนินงานของกรมทางหลวงทั้งระยะสั้นและระยะยาวได้อย่างเหมาะสม โดยกรมทางหลวงจะมุ่งพัฒนาและปรับปรุงการดำเนินงานให้มีศักยภาพอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้งานเกิดประสิทธิภาพสูงสุดต่อประชาชนต่อไป